Construction Digital Twin

ติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างจาก Digital Twin เดียว

รวมภาพถ่ายทางอากาศ แบบ 2D/3D/GIS และรายงานความคืบหน้าไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ให้เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา และที่ปรึกษาควบคุมงานเห็นสถานะหน้างานจริง เทียบกับแบบ ตรวจปริมาณงานดิน และมองเห็นความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยข้อมูลชุดเดียวกันทั้งทีม

เจ้าของโครงการผู้รับเหมาที่ปรึกษาควบคุมงานนิคม/โครงสร้างพื้นฐาน

ความท้าทาย

ปัญหาที่หน่วยงานเจอจริง

01

ข้อมูลหน้างานกระจัดกระจาย ไม่เชื่อมกัน

ภาพถ่ายจากมือถือ แบบ CAD/BIM รายงานประจำวัน และไฟล์สำรวจ อยู่คนละที่คนละรูปแบบ ทำให้ประกอบภาพรวมโครงการได้ยาก และแต่ละฝ่ายมองเห็นสถานะไม่ตรงกัน

02

รายงานความคืบหน้าอิงความรู้สึกมากกว่าข้อมูล

% Progress ในรายงานมักมาจากการประเมินด้วยสายตาและประสบการณ์ ตรวจสอบย้อนหลังได้ยาก และเป็นชนวนข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา และผู้ควบคุมงาน

03

ตรวจปริมาณและเทียบแบบใช้เวลานาน

การวัดปริมาณงานดิน กองวัสดุ หรือเทียบสิ่งที่สร้างจริงกับแบบ (as-built vs as-designed) ต้องลงพื้นที่และคำนวณด้วยมือ กว่าจะรู้ผลก็อาจสายเกินแก้

04

ความเสี่ยงถูกพบช้าเกินไป

ความคลาดเคลื่อนจากแบบ พื้นที่ที่งานล่าช้า หรือจุดที่ปริมาณดินไม่ตรงประมาณการ มักถูกพบเมื่อกลายเป็นปัญหาแล้ว ทำให้ต้นทุนการแก้ไขสูงขึ้น

โซลูชันของเรา

13 STORE วางระบบ Construction Digital Twin ครบวงจร ตั้งแต่บินเก็บภาพพื้นที่ด้วยโดรน DJI แปลงเป็นโมเดล 2D/3D และข้อมูล GIS สร้าง Progress Dashboard สำหรับติดตามความคืบหน้าและเทียบกับแบบ พร้อม Risk Report ชี้จุดที่ควรเฝ้าระวัง ทุกฝ่ายทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกัน ตรวจสอบย้อนกลับได้ และตัดสินใจบนหลักฐานเชิงพื้นที่ ไม่ใช่การคาดเดา

ขั้นตอนการทำงาน

ทำงานอย่างไร — ตั้งแต่ต้นจนจบ

  1. 1

    Project Data Review และวางแผนบิน

    ทบทวนขอบเขตโครงการ แบบ BIM/CAD/GIS ที่มี ระบบพิกัดอ้างอิง และรอบการเก็บข้อมูลที่ต้องการ จากนั้นออกแบบแผนการบิน จุดวาง Ground Control Point และมาตรฐานความแม่นยำร่วมกับทีมหน้างาน

  2. 2

    บินเก็บข้อมูลภาคสนาม

    ใช้ DJI Matrice 400 สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ และ DJI Matrice 4E สำหรับงาน Mapping ที่ต้องการรายละเอียดสูง ควบคู่กับ DJI D-RTK 3 เพื่อพิกัดความแม่นยำระดับเซนติเมตร ตามรอบที่ตกลงไว้

  3. 3

    ประมวลผลเป็นโมเดล 2D/3D และ GIS

    นำภาพเข้าประมวลผลด้วย DJI Terra สร้าง Orthomosaic, Point Cloud, โมเดล 3D และแผนที่เชิงพื้นที่ อ้างอิงกับระบบพิกัดของโครงการ เพื่อให้ซ้อนทับกับแบบและข้อมูลเดิมได้

  4. 4

    เทียบแบบและวัดปริมาณ

    ซ้อนทับโมเดลจริงกับแบบออกแบบ ตรวจความคลาดเคลื่อน วัดปริมาณงานดิน กองวัสดุ และระยะ/พื้นที่ตามจุดที่กำหนด เพื่อยืนยันสิ่งที่สร้างจริงเทียบกับที่วางแผนไว้

  5. 5

    Progress Dashboard และ Risk Report

    สรุปความคืบหน้าแต่ละรอบบน Dashboard เปรียบเทียบระหว่างงวด พร้อมจัดทำรายงานความเสี่ยงชี้จุดที่งานล่าช้า คลาดเคลื่อนจากแบบ หรือปริมาณไม่ตรงประมาณการ ให้ทีมบริหารตัดสินใจได้

  6. 6

    ส่งมอบและทบทวนต่อเนื่อง

    ส่งมอบข้อมูลในรูปแบบที่ทีมนำไปใช้ต่อได้ ทบทวนผลแต่ละรอบร่วมกัน และปรับแผนการเก็บข้อมูลรอบถัดไปให้สอดคล้องกับจังหวะงานจริงของโครงการ

ความสามารถของระบบ

สิ่งที่คุณจะได้

Drone Capture พื้นที่ใหญ่และงานละเอียด

เลือกอุปกรณ์ตามลักษณะงาน DJI Matrice 400 ครอบคลุมพื้นที่กว้างต่อเที่ยวบิน ส่วน DJI Matrice 4E เก็บภาพ Mapping ที่ต้องการรายละเอียดสูงในจุดเฉพาะ

พิกัดความแม่นยำสูงด้วย RTK

ใช้ DJI D-RTK 3 เพื่อยกระดับความแม่นยำเชิงพิกัด ให้ข้อมูลแต่ละรอบอ้างอิงตำแหน่งเดียวกันและนำมาเทียบระหว่างงวดได้อย่างสอดคล้อง (ความแม่นยำจริงขึ้นกับสภาพหน้างานและการวาง GCP)

โมเดล 2D/3D วัดปริมาณและเทียบแบบ

DJI Terra สร้าง Orthomosaic, Point Cloud และโมเดล 3D รองรับการวัดปริมาณงานดิน/กองวัสดุ และการซ้อนทับเทียบกับแบบออกแบบ เพื่อตรวจความคลาดเคลื่อน

Progress Dashboard ติดตามความคืบหน้า

รวมข้อมูลแต่ละรอบไว้ที่เดียว เปรียบเทียบระหว่างงวด และให้ทุกฝ่ายเห็นสถานะเดียวกัน ลดข้อโต้แย้งจากการประเมินด้วยสายตา

Risk Report ชี้จุดเฝ้าระวัง

สรุปประเด็นที่ควรจับตา เช่น พื้นที่งานล่าช้า ความคลาดเคลื่อนจากแบบ หรือปริมาณที่ต่างจากประมาณการ เพื่อให้ทีมบริหารจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข

ประโยชน์ที่ได้รับ

ทำไมต้องเลือกระบบนี้

ทุกฝ่ายเห็นสถานะหน้างานจริงจากข้อมูลชุดเดียวกัน ลดความเข้าใจไม่ตรงกัน

รายงานความคืบหน้ามีหลักฐานเชิงพื้นที่ ตรวจสอบย้อนกลับได้

เทียบสิ่งที่สร้างจริงกับแบบ และวัดปริมาณงานได้เป็นระบบ

พบความเสี่ยงและความคลาดเคลื่อนได้เร็วขึ้น ลดต้นทุนการแก้ไขปลายทาง

เก็บข้อมูลเป็นรอบต่อเนื่อง สร้างประวัติโครงการที่ใช้อ้างอิงได้

แนวทางและประสบการณ์

13 STORE มีกรอบโซลูชันและ Proposal ฐานด้าน Digital Twin ที่พร้อมปรับใช้กับงานก่อสร้าง โดยตรงไปตรงมา ปัจจุบันยังไม่มี Construction Case Study ที่พร้อมเผยแพร่ต่อสาธารณะ เราจึงเสนอให้เริ่มจาก Pilot 30 วันบนพื้นที่จริงของท่าน เพื่อพิสูจน์คุณค่าด้วยข้อมูลของโครงการเอง ก่อนขยายผลเต็มรูปแบบ

ขอบเขตและข้อจำกัด

  • ต้องการข้อมูลตั้งต้นจากลูกค้า เช่น แบบ BIM/CAD/GIS ระบบพิกัดอ้างอิง และขอบเขตพื้นที่โครงการ เพื่อให้เทียบแบบได้แม่นยำ
  • ต้องกำหนดความถี่ในการเก็บข้อมูล (เช่น รายสัปดาห์/รายเดือน) ให้ชัดเจน เพราะความต่อเนื่องของข้อมูลส่งผลต่อคุณภาพการติดตามความคืบหน้า
  • ความแม่นยำเชิงพิกัดขึ้นกับสภาพหน้างาน การวาง Ground Control Point สภาพอากาศ และช่วงเวลาบิน
  • การบินโดรนต้องเป็นไปตามกฎระเบียบและการขออนุญาตในพื้นที่ ซึ่งบางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดหรือใช้เวลาดำเนินการ
  • งบประมาณที่นำเสนอเป็นแบบ Budgetary/ROM สำหรับประเมินเบื้องต้น ราคาสุดท้ายขึ้นกับขอบเขต ความถี่ และเงื่อนไขหน้างานจริง

คำถามที่พบบ่อย

FAQ

ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนเริ่มโครงการ+

หลักๆ คือแบบ BIM/CAD หรือข้อมูล GIS ที่มี ระบบพิกัดอ้างอิงของโครงการ ขอบเขตพื้นที่ และความถี่ในการเก็บข้อมูลที่ต้องการ หากบางส่วนยังไม่พร้อม เราจะช่วยประเมินและวางแนวทางร่วมกันในขั้น Project Data Review

ความแม่นยำของข้อมูลอยู่ในระดับใด+

เราใช้ DJI D-RTK 3 ร่วมกับการวาง Ground Control Point เพื่อยกระดับความแม่นยำเชิงพิกัด ทั้งนี้ค่าความแม่นยำจริงขึ้นกับสภาพหน้างาน สภาพอากาศ และวิธีการเก็บข้อมูล ซึ่งจะระบุเป้าหมายให้ชัดเจนในขั้นวางแผน

ควรเก็บข้อมูลบ่อยแค่ไหน+

ขึ้นกับจังหวะงานและสิ่งที่ต้องการติดตาม โครงการที่เคลื่อนไหวเร็วอาจเก็บรายสัปดาห์ ส่วนงานที่ช้ากว่าอาจรายเดือน เราจะช่วยออกแบบรอบการเก็บข้อมูลให้เหมาะกับโครงการในขั้นออกแบบ Pilot

มี Case Study งานก่อสร้างให้ดูหรือไม่+

ตรงไปตรงมา ปัจจุบันเรายังไม่มี Construction Case Study ที่พร้อมเผยแพร่ต่อสาธารณะ แต่มีกรอบโซลูชันและ Proposal ฐานด้าน Digital Twin เราจึงแนะนำให้เริ่มจาก Pilot 30 วันบนพื้นที่จริง เพื่อพิสูจน์คุณค่าด้วยข้อมูลของโครงการท่านเอง

เริ่มต้นภารกิจของคุณ

ขอ Project Data Review และให้เราออกแบบ Pilot 30 วันบนพื้นที่จริงของท่าน

ทีมผู้เชี่ยวชาญ 13 STORE จะช่วยออกแบบระบบให้เหมาะกับพื้นที่และภารกิจของคุณโดยเฉพาะ