Border Surveillance

เฝ้าระวังแนวชายแดนอัจฉริยะ ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกลตลอด 24 ชั่วโมง

ระบบเฝ้าระวังแบบ Hybrid ที่ผสาน Sensor, AI/Thermal, Gateway สื่อสาร, GIS และ Drone Response เข้าด้วยกัน เปลี่ยนพื้นที่กว้างที่ไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตให้กลายเป็นแนวเฝ้าตรวจที่ตรวจจับได้ ยืนยันได้ และสั่งการได้จากศูนย์บัญชาการเดียว

ตชด.หน่วยความมั่นคงป่าไม้/อุทยานหน่วยงานพื้นที่ห่างไกล

ความท้าทาย

ปัญหาที่หน่วยงานเจอจริง

01

พื้นที่กว้าง เฝ้าตรวจด้วยกำลังคนไม่ทั่วถึง

แนวชายแดน ป่าอนุรักษ์ และเขตอุทยานมีระยะทางหลายสิบถึงหลายร้อยกิโลเมตร การเดินลาดตระเวนด้วยกำลังพลครอบคลุมได้เพียงบางจุดและบางช่วงเวลา ทำให้เกิดช่องว่างการเฝ้าตรวจที่ผู้ลักลอบเข้าใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนและสภาพทัศนวิสัยต่ำ

02

ไม่มีไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตครอบคลุม

จุดเสี่ยงส่วนใหญ่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้าและนอกพื้นที่บริการเซลลูลาร์ ทำให้อุปกรณ์เฝ้าระวังทั่วไปที่พึ่งไฟบ้านและอินเทอร์เน็ตประจำที่ติดตั้งใช้งานจริงไม่ได้ ต้องออกแบบระบบพลังงานและการสื่อสารสำหรับพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะ

03

ต้นทุนการส่งกำลังไปตรวจสอบทุกเหตุสูงมาก

เมื่อได้รับแจ้งเหตุ หน่วยต้องส่งชุดลาดตระเวนเข้าตรวจสอบในภูมิประเทศยากลำบาก ใช้เวลาและงบประมาณสูงต่อครั้ง ทั้งที่บางเหตุเป็นสัญญาณเตือนผิดพลาด (False Alarm) จากสัตว์หรือสภาพแวดล้อม การแยกแยะเหตุจริงก่อนส่งกำลังจึงเป็นตัวแปรสำคัญของต้นทุน

04

หลักฐานเชิงเหตุการณ์ไม่ครบถ้วนและตรวจสอบย้อนหลังยาก

การตรวจพบด้วยสายตาหรือรายงานปากเปล่ามักขาดพิกัด เวลา และภาพยืนยันที่ใช้ประกอบการสั่งการหรือดำเนินคดี ทำให้การประเมินสถานการณ์และการรายงานต่อผู้บังคับบัญชาไม่มีข้อมูลอ้างอิงที่หนักแน่นเพียงพอ

โซลูชันของเรา

13 STORE ออกแบบระบบเฝ้าระวังแบบ Hybrid ที่จัดชั้นการตอบสนองตามระดับความเสี่ยง โดยใช้ Sensor ภาคพื้นและกล้อง AI/Thermal เป็นด่านตรวจจับต่อเนื่อง ส่งข้อมูลผ่าน Gateway สื่อสารสำหรับพื้นที่ไม่มีโครงข่ายเข้าสู่ Command Center บน FlightHub 2 เมื่อพบเหตุที่ต้องยืนยัน ระบบสั่ง Drone Response จากสถานี DJI Dock 3 อัตโนมัติเพื่อบินตรวจสอบ เก็บหลักฐาน และสนับสนุนการตัดสินใจ ทั้งหมดบูรณาการบนแผนที่ GIS เดียว เพื่อให้เฝ้าตรวจได้กว้างขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มกำลังพลตามสัดส่วน

ขั้นตอนการทำงาน

ทำงานอย่างไร — ตั้งแต่ต้นจนจบ

  1. 1

    ตรวจจับด้วย Sensor และ AI ภาคพื้น

    ติดตั้ง Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหวและกล้อง AI/Thermal ตามแนวและจุดเสี่ยงที่กำหนดจาก Risk Zoning ระบบเฝ้าตรวจต่อเนื่องและใช้การวิเคราะห์ภาพช่วยคัดกรองวัตถุที่สนใจ (คน/ยานพาหนะ) ออกจากสิ่งรบกวน เพื่อลดสัญญาณเตือนผิดพลาดตั้งแต่ต้นทาง

  2. 2

    ส่งข้อมูลผ่าน Gateway สื่อสารพื้นที่ห่างไกล

    ข้อมูลเหตุการณ์และภาพถูกส่งผ่านโครงข่ายสื่อสารที่ออกแบบสำหรับพื้นที่ไร้เซลลูลาร์ (เช่น ลิงก์วิทยุ/ดาวเทียมตามความเหมาะสมของพื้นที่) เข้าสู่ศูนย์บัญชาการ พร้อมระบบพลังงานสำรองสำหรับจุดที่ไม่มีไฟฟ้า

  3. 3

    แจ้งเตือนและตรวจสอบที่ Command Center

    เหตุถูกแสดงบนแผนที่ GIS ใน FlightHub 2 พร้อมพิกัด เวลา และภาพจากเซนเซอร์ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ประเมินระดับความเสี่ยงและตัดสินใจว่าจะเฝ้าดูต่อ ส่งโดรน หรือส่งกำลังพลทันที

  4. 4

    ส่งโดรนยืนยันเหตุอัตโนมัติจาก DJI Dock 3

    เมื่อสั่งการ ระบบปล่อยโดรนจากสถานี DJI Dock 3 บินไปยังพิกัดเหตุตามเส้นทางที่วางไว้ ใช้กล้อง Zoom และ Thermal ยืนยันว่าเป็นเหตุจริงหรือสัญญาณผิดพลาด โดยไม่ต้องส่งกำลังพลออกไปเสี่ยงในทุกครั้ง

  5. 5

    เก็บหลักฐานและติดตามสถานการณ์

    โดรนบันทึกภาพนิ่ง วิดีโอ พิกัด และเวลาแบบมีเมทาดาทาเข้าสู่ระบบ พร้อมติดตามเป้าหมายในระยะปลอดภัย ข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บเป็นหลักฐานอ้างอิงสำหรับการสั่งการและการรายงาน

  6. 6

    สั่งการและส่งกำลังตามความเสี่ยงจริง

    ศูนย์บัญชาการใช้ภาพยืนยันและตำแหน่งจาก GIS สั่งการชุดปฏิบัติเข้าจุดที่เป็นเหตุจริงเท่านั้น พร้อมประสานหน่วยที่ใกล้ที่สุด ทำให้การส่งกำลังตรงเป้าและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ความสามารถของระบบ

สิ่งที่คุณจะได้

สถานีโดรนอัตโนมัติสำหรับพื้นที่ห่างไกล (DJI Dock 3)

สถานีจอด-ชาร์จ-ปล่อยโดรนแบบไร้คนประจำ รองรับการบินตามภารกิจซ้ำและการตอบสนองเหตุตามคำสั่งจากศูนย์ เหมาะกับจุดที่เข้าถึงยากและต้องเฝ้าตรวจต่อเนื่อง โดยจับคู่กับอากาศยานตระกูล Matrice 400 / Matrice 4D สำหรับพิสัยและความทนทานในการปฏิบัติงานจริง

ตรวจจับกลางคืนและความร้อนด้วย Thermal

อากาศยานและเพย์โหลด Thermal เช่น Matrice 4T และกล้อง Zenmuse ช่วยตรวจจับคนและยานพาหนะในสภาพมืดหรือทัศนวิสัยต่ำ ยืนยันเป้าหมายที่กล้องแสงปกติมองไม่เห็น เสริมด้วยอุปกรณ์ Night Vision เลเซอร์ BY.TECH CL10T สำหรับจุดที่ต้องการการมองเห็นกลางคืนภาคพื้น

Command Center และ GIS รวมศูนย์ (FlightHub 2)

บริหารเหตุการณ์ อากาศยาน และเซนเซอร์บนแผนที่เดียว แสดงพิกัดและสถานะแบบเรียลไทม์ วางแผนเส้นทางบิน และเก็บประวัติภารกิจ ช่วยให้ผู้บังคับบัญชามองเห็นภาพรวมและสั่งการได้จากจุดเดียว

เฝ้าระวังความปลอดภัยของสถานีและลานจอด

อุปกรณ์เฝ้าตรวจ BY.TECH SA150 ช่วยดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานีโดรนและลานจอดในพื้นที่ห่างไกล ลดความเสี่ยงการบุกรุกหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินของระบบเมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำจุด

ออกแบบพลังงานและสื่อสารสำหรับพื้นที่นอกโครงข่าย

วางระบบพลังงาน (เช่น โซลาร์/แบตเตอรี่สำรอง) และลิงก์สื่อสารตามลักษณะภูมิประเทศจริงของแต่ละจุด เพื่อให้ระบบทำงานได้ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตประจำที่

จัดเก็บหลักฐานพร้อมเมทาดาทาสำหรับการสั่งการ

ภาพและวิดีโอถูกบันทึกพร้อมพิกัดและเวลา จัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อใช้ประกอบการประเมินสถานการณ์ การรายงาน และการตรวจสอบย้อนหลังตามระเบียบของหน่วยงาน

ประโยชน์ที่ได้รับ

ทำไมต้องเลือกระบบนี้

เพิ่มพื้นที่และช่วงเวลาที่เฝ้าตรวจได้จริง โดยไม่ต้องเพิ่มกำลังพลตามสัดส่วนของพื้นที่

คัดกรองและยืนยันเหตุด้วยเซนเซอร์และโดรนก่อนส่งกำลัง ช่วยลดการส่งกำลังในเหตุที่ไม่จำเป็น

ย่นเวลาจากตรวจพบเหตุถึงการยืนยันภาพ ด้วยการปล่อยโดรนอัตโนมัติจากสถานีในพื้นที่

มีหลักฐานภาพ พิกัด และเวลาที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ ประกอบการสั่งการและการรายงาน

รวมการมองเห็นสถานการณ์ไว้ที่ศูนย์บัญชาการเดียว ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วและสอดคล้องกัน

แนวทางและประสบการณ์

ปัจจุบันเรามีเอกสาร BOQ และสถาปัตยกรรมระบบเชิงรายละเอียดสำหรับโซลูชันนี้ และอยู่ระหว่างขั้นออกแบบและประเมิน Pilot ร่วมกับหน่วยงานที่สนใจ ตัวเลขและองค์ประกอบสุดท้ายจะปรับตามผลสำรวจพื้นที่จริง เราจึงไม่นำเสนอผลลัพธ์เชิงตัวเลขหรือกรณีศึกษาที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่พร้อมนำเสนอสถาปัตยกรรมและแนวทางการวางระบบให้พิจารณาเป็นรายพื้นที่

ขอบเขตและข้อจำกัด

  • งบประมาณที่นำเสนอในขั้นนี้เป็น Budgetary / ROM เพื่อวางกรอบการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่ใบเสนอราคาสุดท้าย (Final Quotation)
  • องค์ประกอบระบบ จำนวนจุดติดตั้ง และมูลค่ารวมขึ้นอยู่กับพื้นที่จริง ภูมิประเทศ และผลการทำ Site Survey และ Risk Zoning
  • ระยะการบิน ความทนทาน และประสิทธิภาพการตรวจจับขึ้นกับสภาพอากาศ ทัศนวิสัย และข้อจำกัดของอุปกรณ์ในแต่ละสภาพแวดล้อม
  • การใช้งานอากาศยานและการบินในพื้นที่ความมั่นคงต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และการขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบร่วมกับหน่วยงานผู้ใช้
  • โครงการอยู่ในขั้นออกแบบและประเมิน Pilot จึงยังไม่มีตัวเลขผลลัพธ์เชิงปฏิบัติการที่ยืนยันได้ในขณะนี้

คำถามที่พบบ่อย

FAQ

ระบบทำงานได้อย่างไรในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต+

เราออกแบบระบบพลังงาน (เช่น โซลาร์และแบตเตอรี่สำรอง) และลิงก์สื่อสารที่เหมาะกับแต่ละจุดโดยเฉพาะ ทางเลือกด้านการสื่อสารและพลังงานจะสรุปหลังการสำรวจพื้นที่จริง เพื่อให้เหมาะกับภูมิประเทศและความพร้อมของโครงข่ายในบริเวณนั้น

ระบบช่วยลดการส่งกำลังไปตรวจสอบเหตุที่ไม่จำเป็นได้จริงหรือไม่+

แนวทางคือใช้การคัดกรองด้วย AI ที่เซนเซอร์และการส่งโดรนยืนยันภาพก่อนตัดสินใจ เพื่อแยกเหตุจริงจากสัญญาณผิดพลาดก่อนส่งกำลังพล ทั้งนี้ประสิทธิผลจริงขึ้นกับสภาพพื้นที่และการตั้งค่า ซึ่งจะประเมินในขั้น Pilot

ตอนนี้ขอราคาสุดท้ายได้เลยหรือไม่+

ในขั้นนี้เรานำเสนอกรอบงบแบบ Budgetary / ROM เพื่อวางแผนการลงทุน ราคาสุดท้ายจะจัดทำหลังทำ Site Survey และ Risk Zoning เนื่องจากจำนวนจุด อุปกรณ์ และการออกแบบพลังงาน/สื่อสารขึ้นกับพื้นที่จริงของแต่ละหน่วยงาน

ขั้นตอนเริ่มต้นกับ 13 STORE เป็นอย่างไร+

เริ่มจากการขอ Site Survey และ Risk Zoning Workshop ร่วมกัน เพื่อกำหนดจุดเสี่ยง ระดับการตอบสนอง และสถาปัตยกรรมที่เหมาะสม จากนั้นเราจึงจัดทำ BOQ และกรอบงบประมาณสำหรับพื้นที่ของท่านโดยเฉพาะ

เริ่มต้นภารกิจของคุณ

ขอ Site Survey และ Risk Zoning Workshop เพื่อออกแบบระบบเฝ้าระวังชายแดนสำหรับพื้นที่ของท่านโดยเฉพาะ

ทีมผู้เชี่ยวชาญ 13 STORE จะช่วยออกแบบระบบให้เหมาะกับพื้นที่และภารกิจของคุณโดยเฉพาะ