บทความทั่วไป

เขตห้ามบินโดรน รายละเอียดที่ควรทราบ อัปเดตล่าสุดปี 2569

เขตห้ามบินโดรน

เขตห้ามบินโดรน เป็นเรื่องสำคัญที่ลูกค้าทุกคนควรรู้ก่อนเริ่มใช้งานโดรน ไม่ว่าจะเพื่อการสำรวจ งานองค์กร หรือการเก็บข้อมูลในพื้นที่เฉพาะ เนื่องจากเขตห้ามบินโดรนมีผลโดยตรงต่อความถูกต้องตามกฎหมายและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน หากไม่เข้าใจข้อกำหนดก็อาจเสี่ยงต่อการบินโดรนในเขตห้ามบินโดยไม่รู้ตัวและมีโทษทางกฎหมายได้ ในบทความนี้จึงจะมาอธิบายและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเขตห้ามบินโดรนอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานโดรนในพื้นที่ควบคุม


Key Takeaway

 

  • ก่อนบินโดรนควรตรวจสอบเขตห้ามบินโดรนทั้งพื้นที่ห้ามบินโดยเด็ดขาดและพื้นที่ที่ต้องขออนุญาตก่อน เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย
  • การฝ่าฝืนข้อบังคับในเขตห้ามบินโดรนมีบทลงโทษรุนแรงสูงสุดคือจำคุก 10 ปี หรือปรับ 1 ล้านบาท พร้อมทั้งถูกยึดอุปกรณ์และเพิกถอนใบอนุญาตบินโดรน
  • ลูกค้าต้องจดทะเบียนโดรนให้ถูกต้องและทำเรื่องขออนุญาตบินโดรนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ หากจำเป็นต้องปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ที่ระบุเป็นเขตควบคุม

สารบัญบทความ 

 


เขตห้ามบินโดรน มีกี่ประเภท?

บินโดรน

การทำความเข้าใจเขตห้ามบินโดรนเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนเริ่มใช้งานจริง เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีข้อจำกัดแตกต่างกัน ทั้งในแง่กฎหมายและความปลอดภัย โดยเขตห้ามบินโดรนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

 

1. เขตห้ามบินโดรนโดยเด็ดขาด

พื้นที่เหล่านี้ถือเป็นบริเวณที่มีความปลอดภัยและมีความมั่นคงระดับสูงสุด ลูกค้าไม่สามารถนำเครื่องขึ้นบินโดรนเข้าไปยังบริเวณดังกล่าวได้โดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของบุคคลสำคัญหรือความมั่นคงของชาติ

 

  • เขตต้องห้ามระดับสูงสุด (Prohibited Zone): เช่น พื้นที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง, พระราชวังอื่น ๆ , ทำเนียบรัฐบาล, อาคารรัฐสภา และสถานที่สำคัญทางกฎหมายอย่างศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกา
  • เขตหวงห้ามทางทหาร (Military Restricted Zone): เช่น ฐานทัพอากาศ, ค่ายทหาร, พื้นที่ยุทธศาสตร์ และโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง
  • เขตสนามบิน (Aerodrome Traffic Zone): ครอบคลุมทั้งพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานพาณิชย์และสนามบินทหาร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับอากาศยาน
  • เขตโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (Critical Infrastructure Zone): หมายถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและสาธารณูปโภค เช่น เขื่อนสำคัญ, โรงไฟฟ้าแรงสูง, โรงกลั่นน้ำมัน และคลังน้ำมัน
  • เขตเรือนจำ (Correctional Facility Zone): ครอบคลุมพื้นที่เรือนจำทุกแห่งทั่วประเทศ ทัณฑสถาน และสถานพินิจ เพื่อป้องกันการลักลอบส่งสิ่งของผิดกฎหมายหรือการละเมิดความปลอดภัย

2. เขตห้ามบินโดรนที่ต้องขออนุญาตเป็นพิเศษ

ในกรณีที่ลูกค้ามีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานในบางพื้นที่ซึ่งระบุว่าเป็นเขตห้ามบินโดรนตามประกาศเฉพาะกิจ จะต้องดำเนินการขออนุญาตบินโดรนในพื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสมอ

 

  • เขตจำกัดการบิน (Restricted Zone): พื้นที่ที่มีการจำกัดระดับความสูงหรือช่วงเวลาในการปฏิบัติงาน ลูกค้าต้องตรวจสอบสถานะผ่านเขตบินโดรนในระบบและทำเรื่องขออนุญาตล่วงหน้า
  • เขตพื้นที่ราชการและอุทยานแห่งชาติ: พื้นที่บางแห่งอาจมีกฎระเบียบเฉพาะของหน่วยงานราชการหรือกรมอุทยานฯ ซึ่งต้องระบุวัตถุประสงค์ในการเข้าทำงานให้ชัดเจน
  • เขตพื้นที่ที่มีการบังคับใช้กฎหมายชั่วคราว: เช่น พื้นที่จัดงานรัฐพิธีหรือบริเวณที่มีภารกิจพิเศษของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งจะมีการกำหนดให้เป็นเขตห้ามบินโดรนในช่วงเวลาที่ระบุไว้เท่านั้น

เขตห้ามบินโดรนชั่วคราว [อัปเดตล่าสุดปี 2569]

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ออกประกาศอัปเดตเขตห้ามบินโดรนชั่วคราวในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา และพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการด้านความมั่นคง เพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายโดรน ลูกค้าควรรู้ข้อมูลเขตห้ามบินโดรนชั่วคราวที่อัปเดตปี 2569 ดังนี้

 

  • พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา: ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี, ตราด, สระแก้ว, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และอุบลราชธานี ซึ่งถูกกำหนดเป็นเขตห้ามบินโดรนเพื่อรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน
  • พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ: บริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง

ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ลูกค้าจึงควรตรวจสอบข้อมูลเขตห้ามบินโดรนอย่างสม่ำเสมอก่อนเริ่มภารกิจสำรวจในพื้นที่ดังกล่าวทุกครั้ง


วิธีตรวจสอบเขตห้ามบินโดรนทำอย่างไร?

บินโดรนในเขตห้ามบิน

การตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างละเอียดจะช่วยลดความเสี่ยงในการบินโดรนในเขตห้ามบินและสร้างมาตรฐานความปลอดภัยระดับมืออาชีพ โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบเขตห้ามบินโดรนได้จากช่องทางดังนี้

 

  • เว็บไซต์สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT): ช่องทางหลักในการตรวจสอบประกาศน่านฟ้าและกฎระเบียบปฏิบัติล่าสุด เพื่อยืนยันว่าพื้นที่เป้าหมายไม่ใช่เขตห้ามบินโดรน
  • ระบบ NOTAM (Notice to Airmen): เป็นระบบประกาศแจ้งเตือนการปฏิบัติการทางอากาศแบบ Real-time ซึ่งจะแสดงข้อมูลการจำกัดหรือห้ามใช้น่านฟ้าชั่วคราวในพื้นที่ที่ลูกค้าวางแผนจะทำการบินโดรน
  • แอปพลิเคชันตรวจสอบน่านฟ้า: เช่น แอปพลิเคชัน UAS Portal ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) สามารถแสดงแผนที่น่านฟ้าเพื่อให้ลูกค้าดูขอบเขตพื้นที่หวงห้ามและเขตห้ามบินโดรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงในแอปฯ จะมีการอัปเดตข้อมูลพิกัดอย่างสม่ำเสมอ

หากฝ่าฝืนกฎหมายเขตห้ามบินโดรนจะมีบทลงโทษอย่างไร?

หากบินโดรนในเขตห้ามบินโดรนหรือฝ่าฝืนข้อกฎหมายบินโดรนที่กำหนดไว้ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ รวมถึงผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายจะต้องได้รับบทลงโทษดังนี้

 

  • การฝ่าฝืนในระดับเบา: กรณีบินโดรนในเขตจำกัดการบินโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับทางปกครองสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ภาคทัณฑ์ไม่เกิน 6 เดือน และยึดอุปกรณ์โดรนเป็นการชั่วคราว
  • การฝ่าฝืนในระดับกลาง: หากบินโดรนในเขตห้ามบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงยึดอุปกรณ์โดรนไม่เกิน 1 ปี
  • การฝ่าฝืนในระดับหนัก: การบินโดรนในเขตห้ามบินที่มีความอ่อนไหวสูง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงยึดอุปกรณ์โดรนถาวรและเพิกถอนใบอนุญาตบินโดรน
  • การฝ่าฝืนในระดับร้ายแรง: หากบินโดรนในเขตความมั่นคงหรือเป็นอันตรายต่อความปลอดภัย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ห้ามใช้โดรนตลอดชีวิต และอาจมีความผิดเพิ่มเติมตามกฎหมายอื่น

ข้อควรรู้ก่อนเริ่มทำการบินโดรน

ก่อนที่ลูกค้าจะนำโดรนออกไปปฏิบัติงานสำรวจหรือทำภารกิจเชิงพาณิชย์ ก็มีข้อกำหนดและขั้นตอนสำคัญที่ลูกค้าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยข้อควรรู้สำคัญก่อนเริ่มบินโดรนมีรายละเอียดดังนี้

 

  • การจดทะเบียนโดรนและผู้บังคับ: ลูกค้าจำเป็นต้องดำเนินการลงทะเบียนโดรน กสทช. และขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ให้เรียบร้อยและถูกต้องตามกฎหมายก่อนเริ่มใช้งานทุกกรณี
  • การขออนุญาตล่วงหน้า: หากพื้นที่ปฏิบัติงานมีความคาบเกี่ยวหรือเป็นพื้นที่ควบคุมในเขตห้ามบินโดรน ลูกค้าต้องยื่นคำขอปฏิบัติการบินผ่านระบบ UAS Portal ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ
  • เพดานบินและช่วงเวลาที่กำหนด: โดยทั่วไปการบินโดรนต้องมีความสูงไม่เกิน 90 เมตร เหนือพื้นดิน และปฏิบัติงานได้ในช่วงเวลา 06:00 – 18:00 น. เท่านั้น หากต้องการบินนอกช่วงเวลาดังกล่าวหรือบินในพื้นที่เขตห้ามบินโดรนต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติม
  • การแจ้งพิกัดก่อนขึ้นบินจริง: เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก่อนเริ่มภารกิจทุกครั้งลูกค้าต้องแจ้งข้อมูลพื้นที่ วัน เวลา และวัตถุประสงค์การบินต่อ CAAT รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าจะไม่มีการฝ่าฝืนเข้าไปในเขตห้ามบินโดรน
  • การฝึกฝนทักษะการบังคับ: สำหรับผู้ที่ต้องปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ซับซ้อน DJI 13 Store Enterprise แนะนำให้ลูกค้าฝึกฝนการควบคุมผ่านระบบ Drone Flight Simulator เพื่อสร้างความชำนาญและลดความเสี่ยงจากการสูญเสียการควบคุมซึ่งอาจนำไปสู่การบินโดรนในเขตห้ามบินโดยไม่ได้ตั้งใจ

เขตห้ามบินโดรน เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก่อนปฏิบัติงาน

เขตห้ามบินโดรนเป็นประเด็นที่ลูกค้าจำเป็นต้องเข้าใจอย่างรอบด้านก่อนเริ่มปฏิบัติงาน เนื่องจากมีผลทั้งด้านกฎหมาย ความปลอดภัย และความต่อเนื่องของงาน การตรวจสอบข้อมูลจากแผนที่เขตห้ามบินโดรนและปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมได้

 

DJI 13 Store Enterprise พร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่การวางแผนการบิน การเลือกใช้งานโดรน ไปจนถึงการอธิบายข้อดีข้อเสียของโดรนให้เหมาะกับลักษณะงานของลูกค้า หากลูกค้าต้องการใช้งานโดรนในพื้นที่ควบคุมหรือพื้นที่เฉพาะ การทำความเข้าใจเขตห้ามบินโดรนอย่างถูกต้องจะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมั่นใจและสอดคล้องกับข้อกำหนดในทุกขั้นตอน

 

สามารถติดต่อหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่

 


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเขตห้ามบินโดรน

โดรนตัวเล็ก มีน้ำหนักไม่ถึง 250 กรัม ต้องเช็กเขตห้ามบินโดรนไหม?

ถึงแม้โดรนจะมีน้ำหนักน้อยก็ยังต้องตรวจสอบเขตห้ามบินโดรนผ่านแผนที่เขตห้ามบินโดรน เนื่องจากข้อจำกัดขึ้นอยู่กับพื้นที่และเงื่อนไขการบินเป็นหลัก

 

วิธีขออนุญาตบินโดรนในเขตที่กำหนดทำอย่างไร ขอล่วงหน้านานไหม?

ลูกค้าต้องยื่นขออนุญาตผ่านระบบ UAS Portal ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมระบุพื้นที่ วันเวลา และวัตถุประสงค์การบินให้ชัดเจน โดยควรยื่นคำขอล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ทั้งนี้ระยะเวลาพิจารณาอาจแตกต่างกันตามประเภทพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง