13 Store Enterprise ร่วมสนับสนุนภารกิจของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการตรวจสอบพื้นที่ภายหลังเหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยนำระบบอากาศยานไร้คนขับ DJI Matrice 400 พร้อมอุปกรณ์ตรวจการณ์และสำรวจพื้นที่ ลงปฏิบัติงานเพื่อเก็บข้อมูลจากมุมสูง ทั้งภาพถ่าย ภาพความร้อน และข้อมูลเชิงพื้นที่
การสนับสนุนครั้งนี้มุ่งเน้นการเพิ่มข้อมูลให้แก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยเฉพาะการสำรวจบริเวณที่มีความเสี่ยงหรือเข้าถึงได้ยาก ช่วยให้สามารถมองเห็นภาพรวมของพื้นที่ ตรวจสอบจุดที่ควรเฝ้าระวัง และนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนปฏิบัติงานได้อย่างเป็นระบบ
สนับสนุนการตรวจสอบพื้นที่หลังเหตุเพลิงไหม้
เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.20 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปยังอาคารและร้านค้าใกล้เคียง
ภายหลังเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ การตรวจสอบพื้นที่ยังคงเป็นขั้นตอนสำคัญ เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุอาจมีทั้งจุดความร้อนหลงเหลือ ซากวัสดุ พื้นที่เสียหาย และสภาพแวดล้อมที่อาจไม่เหมาะต่อการเข้าตรวจสอบจากภาคพื้นดินในทันที
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ทีมปฏิบัติการจาก 13 Store Enterprise จึงได้นำระบบอากาศยานไร้คนขับเข้าร่วมสนับสนุนการสำรวจ เพื่อจัดเก็บข้อมูลจากมุมสูงและช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสภาพพื้นที่ก่อนเข้าตรวจสอบในรายละเอียด
ตรวจสอบจุดความร้อนด้วยกล้อง Thermal
หนึ่งในความสามารถสำคัญของระบบที่นำมาใช้ คือ กล้องตรวจจับความร้อน (Thermal Camera) สำหรับสำรวจบริเวณที่เกิดเหตุและตรวจหาความแตกต่างของอุณหภูมิ
ข้อมูลภาพความร้อนสามารถช่วยระบุตำแหน่งที่มีอุณหภูมิแตกต่างจากบริเวณโดยรอบ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถกำหนดพื้นที่ที่ควรตรวจสอบหรือเฝ้าระวังเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะบริเวณที่อาจมองเห็นได้ไม่ชัดเจนจากกล้องภาพปกติ
สำหรับระบบ DJI Matrice 400 สามารถใช้งานร่วมกับ H30T ซึ่งมีความสามารถด้านการถ่ายภาพความร้อนระดับ 1K HD พร้อมกล้องซูมแบบ Optical Zoom 34×, Digital Zoom สูงสุด 400× และ Laser Rangefinder ระยะสูงสุด 3,000 เมตร รวมถึงรองรับการมองเห็นทั้งแบบ Full-color และ Black & White Night Vision
นอกจากนี้ ระบบยังมี Thermal Analysis Tool สำหรับทำเครื่องหมาย วิเคราะห์ และประมวลผลภาพ เพื่อช่วยระบุตำแหน่งจุดอุณหภูมิผิดปกติ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบพื้นที่ได้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกล้อง Thermal เป็นข้อมูลสำหรับสนับสนุนการสำรวจและประเมินสถานการณ์ ไม่ใช่การยืนยันว่าพื้นที่ปลอดภัยหรือมีความมั่นคงทางโครงสร้าง เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องยังคงเป็นผู้พิจารณาและประเมินผลตามภารกิจ
เก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยเทคโนโลยี LiDAR
นอกจากการเก็บข้อมูลภาพและภาพความร้อนแล้ว ภารกิจยังสามารถใช้ LiDAR เพื่อจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ของบริเวณโดยรอบ
เทคโนโลยี LiDAR ใช้การส่งสัญญาณเลเซอร์เพื่อวัดระยะห่างระหว่างเซนเซอร์กับพื้นผิวต่าง ๆ ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาสร้างเป็น Point Cloud หรือกลุ่มจุดข้อมูลสามมิติ ซึ่งช่วยแสดงรายละเอียดทางกายภาพของพื้นที่ในรูปแบบที่สามารถนำไปประมวลผลต่อได้
ในระบบ DJI Matrice 400 สามารถใช้งานร่วมกับ DJI L2 ซึ่งเป็นระบบ LiDAR สำหรับเก็บข้อมูล Point Cloud พร้อมระบบระบุตำแหน่งความแม่นยำสูง และสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลเพื่อสร้างข้อมูลเชิงพื้นที่ เช่น แบบจำลอง 2 มิติและ 3 มิติ รวมถึง Orthophoto, Elevation Model และ Point Cloud ในรูปแบบ LAS
ข้อมูลดังกล่าวสามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นลักษณะของพื้นที่และโครงสร้างโดยรอบได้ละเอียดขึ้น รวมถึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์พื้นที่เสียหายและการวางแผนเข้าตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูล LiDAR ไม่ใช่ผลการรับรองความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร การประเมินด้านโครงสร้างยังจำเป็นต้องดำเนินการโดยวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สำรวจพื้นที่จากมุมสูง ลดข้อจำกัดในการเข้าถึง
การใช้ DJI Matrice 400 ช่วยให้ทีมปฏิบัติการสามารถสำรวจพื้นที่จากมุมสูง และเข้าถึงบริเวณที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงจากภาคพื้นดินได้มากขึ้น
ข้อมูลภาพจากอากาศสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพรวมของอาคาร พื้นที่โดยรอบ และบริเวณที่ได้รับความเสียหาย ก่อนกำหนดแนวทางการเข้าพื้นที่จริง
Matrice 400 ยังมีระบบ Airborne Relay ซึ่งช่วยส่งต่อสัญญาณในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง สัญญาณขาดหาย หรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านเครือข่าย ช่วยขยายขอบเขตการปฏิบัติภารกิจในบางสถานการณ์
แนวทางดังกล่าวช่วยเปลี่ยนการสำรวจจากการต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพื้นที่โดยตรงตั้งแต่ต้น มาเป็นการใช้ข้อมูลจากอากาศเพื่อช่วยประเมินพื้นที่ก่อน ซึ่งสามารถสนับสนุนการวางแผนและการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
ข้อมูลจากหลายเซนเซอร์ เพื่อการวิเคราะห์พื้นที่ที่รอบด้านขึ้น
หัวใจสำคัญของภารกิจลักษณะนี้ไม่ได้อยู่ที่การใช้โดรนเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำข้อมูลจากเซนเซอร์หลายประเภทมาประกอบกัน
โดรน ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเข้าถึงพื้นที่และเก็บข้อมูลจากมุมสูง
กล้อง Thermal ช่วยตรวจสอบความแตกต่างของอุณหภูมิและค้นหาบริเวณที่ควรเฝ้าระวัง
กล้องซูม ช่วยให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดของวัตถุหรือพื้นที่จากระยะไกล โดยลดความจำเป็นในการเข้าใกล้พื้นที่
LiDAR ช่วยเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ในรูปแบบสามมิติและ Point Cloud สำหรับนำไปประมวลผลต่อ
เมื่อข้อมูลจากแต่ละระบบถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลหลายมิติสำหรับประกอบการประเมินสถานการณ์ ตั้งแต่ภาพรวมของพื้นที่ รายละเอียดของจุดที่สนใจ ไปจนถึงข้อมูลเชิงพื้นที่
จากข้อมูลภาคสนาม สู่การวางแผนปฏิบัติการ
ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนในหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดพื้นที่ที่ควรเข้าตรวจสอบ การเลือกเส้นทางเข้าพื้นที่ การระบุตำแหน่งที่ควรเฝ้าระวัง หรือการจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง
ในด้านการประมวลผลข้อมูล DJI Matrice 400 รองรับการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์และระบบที่เกี่ยวข้องกับการสร้างข้อมูล 2D และ 3D รวมถึงข้อมูล Point Cloud และ Elevation Model เพื่อเปลี่ยนข้อมูลที่ได้จากการบินให้กลายเป็นข้อมูลเชิงพื้นที่ที่สามารถนำไปใช้ต่อได้
แนวทางนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับภารกิจที่พื้นที่เกิดเหตุมีความซับซ้อน เพราะข้อมูลจากมุมสูงสามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเห็นภาพพื้นที่ก่อนลงมือปฏิบัติจริง และช่วยลดการตัดสินใจจากข้อมูลที่จำกัด
สนับสนุนภารกิจตรวจสอบและรวบรวมข้อมูล
ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ ภาพความร้อน และข้อมูลเชิงพื้นที่ สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบพื้นที่ภายหลังเหตุการณ์ รวมถึงสนับสนุนการจัดเก็บหลักฐานเชิงพื้นที่ในมุมมองที่หลากหลาย
สำหรับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ เทคโนโลยีโดรนทำหน้าที่เป็น เครื่องมือสนับสนุนการสำรวจและรวบรวมข้อมูล ขณะที่การวิเคราะห์สาเหตุ การตรวจสอบหลักฐาน และการสรุปผลอย่างเป็นทางการ ยังคงอยู่ภายใต้กระบวนการและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนภารกิจฉุกเฉิน
ภารกิจที่คลองถมเซ็นเตอร์สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับในการสนับสนุนภารกิจที่ต้องการ ข้อมูลที่รวดเร็ว การเข้าถึงพื้นที่จากระยะไกล และการประเมินสถานการณ์อย่างเป็นระบบ
ตั้งแต่การสำรวจภาพรวม การตรวจสอบจุดความร้อน การเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ ไปจนถึงการนำข้อมูลไปประมวลผลและจัดทำข้อมูลสำหรับใช้งานต่อ เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและทีมปฏิบัติการด้านความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉิน
13 Store Enterprise พร้อมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การสำรวจความต้องการ การเลือกอากาศยานและอุปกรณ์ให้เหมาะกับภารกิจ การออกแบบโซลูชัน การสาธิตและฝึกอบรม ไปจนถึงการวางระบบจัดการข้อมูล เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละหน่วยงาน





