จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 ที่ผ่านมานั้น ทำให้เกิดเหตุอาคารถล่ม ทางบริษัท หนึ่งสาม สโตร์ จำกัด ได้เข้าร่วมสนับสนุนอุปกรณ์และทีมนักบินอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกร่วมสนับสนุนอุปกรณ์และทีมนักบินอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก ในนามของ สมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ ประเทศไทย
และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากพี่น้องที่ร่วมเฝ้าติดตาม และส่งแรงใจให้ทีมเจ้าหน้าที่ รวมถึงได้รับความสนใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้คืออะไร ทำงานอย่างไร
ในบทความนี้ น้องหนึ่งสาม เลยขอเล่าถึงอุปกรณ์ที่ทางบริษัทฯ ได้สนับสนุนเทคโนโลยีโดรนที่ใช้ในการกู้ภัยครั้งนี้
อากาศยานไร้คนขับ (DRONES)
ประเภท: โดรนเชิงอุตสาหกรรมขนาดกลาง
ลักษณะเด่น: ใช้งานในงานสำรวจ ตรวจสอบ ช่วยเหลือ และภารกิจระดับมืออาชีพ สามารถติดตั้งกล้อง และอุปกรณ์เสริมได้ตามภารกิจต่างๆ
คุณสมบัติหลัก:
- ระบบ RTK (Real-Time Kinematic) : รองรับ GNSS แบบหลายระบบเพิ่มความแม่นยำระดับเซนติเมตร
- กันฝุ่นกันน้ำระดับ : IP55
- น้ำหนักบรรทุกสูงสุด : 2.7 กก.
- Payloads : ติดตั้งเพิ่มเติม ได้สูงสุด 3 แบบ
- ระบบ Vision & Sensing: เซนเซอร์ตรวจจับรอบทิศทาง (6 ทิศทาง)
- ควบคุมด้วยรีโมต RC Plus: หน้าจอ 7 นิ้ว ระบบ Android
ประเภท: โดรนเชิงอุตสาหกรรมขนาดเล็ก
ลักษณะเด่น: ใช้งานในงานสำรวจ ตรวจสอบ ช่วยเหลือ และภารกิจระดับมืออาชีพ กล้องที่ติดมาเป็นแบบมัลติฟังก์ชัน
คุณสมบัติหลัก:
- ขนาดกะทัดรัด พับเก็บได้ พกพาง่าย
- ระบบ Vision & Sensing: เซนเซอร์ตรวจจับรอบทิศทาง (6 ทิศทาง)
- รองรับ ระบบ RTK สำหรับงานแผนที่
- ระบบ AI: ตรวจจับวัตถุอัตโนมัติ เช่น รถ คน หรือความร้อนผิดปกติ
- Laser Range Finder เอาไว้วัดระยะที่ต้องการทราบ
- มีกล้องถึง 3 ตัว ในเครื่องเดียว
1. กล้องหลัก (Wide Camera)
- ความละเอียด: 48 MP
- เซนเซอร์: 1/2” CMOS
- รองรับการถ่ายภาพและวิดีโอความละเอียดสูง
- กล้องซูม (Medium Tele & Telephoto Camera)
- ซูมออปติคอล 16x
- ซูมดิจิทัลสูงสุด 112x
- เหมาะกับการตรวจสอบระยะไกลโดยไม่เข้าใกล้วัตถุ
3. กล้องอินฟราเรด (Thermal Camera)
- ความละเอียด 640x512 พิกเซล
- รองรับการวัดอุณหภูมิแบบ Real-Time
- มีโหมดแสดงภาพเปรียบเทียบระหว่าง Thermal + RGB (Split View / Fusion)
อุปกรณ์เสริม (PAYLOADS)
อุปกรณ์เสริม หรือ กล้องเหล่านี้ ทางทีมงานใช้ร่วมกับ DJI Matrice 350 RTK สลับการใช้งานตามแต่ภารกิจที่วางแผนไว้
Zenmuse H30T
กล้องมัลติเซนเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับเซนเซอร์กล้องหลายรูปแบบ และสามารถปฏิบัติงานในเวลากลางคืนได้
คุณสมบัติหลัก:
- กล้องหลัก (Visual): ความละเอียด 40MP, ซูมออปติคอล 34x, ซูมดิจิทัลรวม 400x
- กล้องอินฟราเรด (Thermal): ความละเอียด 1280×1024 พิกเซล, ระยะตรวจจับไกลขึ้นและแม่นยำ
- เลเซอร์วัดระยะ (Lidar Range Finder): ตรวจจับได้ไกลถึง 3,000 เมตร
- โหมดการมองเห็นกลางคืน (Night Vision): ปรับปรุงประสิทธิภาพการมองเห็นในสภาพแสงน้อย
เหมาะสำหรับ: งานลาดตระเวน ตรวจสอบไฟป่า อัคคีภัย การค้นหาและช่วยเหลือ (SAR), งานอุตสาหกรรม/ไฟฟ้า
Zenmuse L2
กล้องที่เป็นโมดูล LiDAR + กล้อง RGB สำหรับสำรวจภูมิประเทศแบบ 3 มิติ เพื่องานที่ต้องการความแม่นยำสูง
คุณสมบัติหลัก:
- เซ็นเซอร์ LiDAR: จุดสแกนสูงสุด 240,000 จุด/วินาที (pts/sec)
- ความแม่นยำ:
- แนวดิ่ง ±4 ซม.
- แนวนอน ±5 ซม. (เมื่อใช้ร่วมกับ RTK)
- กล้อง RGB: เซนเซอร์ CMOS 4/3" ความละเอียด 20MP, Global Shutter
- ระยะตรวจจับ LiDAR: สูงสุด 450 เมตร
- ระบบ IMU + RTK ในตัว: เพิ่มความแม่นยำในการจัดตำแหน่ง
เหมาะสำหรับ: งานสำรวจภูมิประเทศ 3D, สร้างแผนที่ภูมิประเทศ, ตรวจสอบแนวเสาไฟฟ้า, ป่าไม้, ก่อสร้าง
Zenmuse P1
กล้องถ่ายภาพทางอากาศความละเอียดสูง สำหรับงานทำแผนที่ (Photogrammetry)
คุณสมบัติหลัก:
- กล้อง Full-Frame: เซนเซอร์ CMOS ขนาด 45MP
- เลนส์เปลี่ยนได้: รองรับเมาท์ DL (เช่น 24mm, 35mm, 50mm)
- Global Mechanical Shutter: ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/2000 วินาที
- ความเร็วในการถ่าย: ถ่ายภาพได้ทุก 0.7 วินาที
- ระบบ TimeSync 2.0: แม่นยำในการจับพิกัดภาพกับ RTK
เหมาะสำหรับ: งานทำแผนที่ 2D/3D, สร้างโมเดล 3 มิติ, สำรวจพื้นที่เกษตรกรรม วิศวกรรม ก่อสร้าง
โปรแกรมประมวลผล (SOFTWARE)
DJI Terra
ซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูลทางอากาศจากโดรน เพื่อสร้างแผนที่และแบบจำลอง 2D/3D อย่างแม่นยำและใช้งานได้จริงในภาคสนาม โดยใช้งานหลัก คือ การประมวลผล แล้วนำภาพที่ได้ไปวางแผน หรือ ชี้แจงกับ เจ้าหน้าที่หน่วยอื่นเพื่อการทำงานในทิศทางเดียวกัน เราแบ่งเป็น 3 หัวข้อหลักๆ ดังนี้
2D/3D Mapping:
- แปลงภาพถ่ายจากโดรนเป็นแผนที่ หรือโมเดล 3D
- แสดงเป็น Point Cloud, Mesh หรือ Textured Model
การประมวลผล LiDAR
- วิเคราะห์ข้อมูล Point Cloud แบบละเอียด
การวิเคราะห์และวัดผล:
- วัดระยะ พื้นที่ ปริมาตร
- ระบุจุดที่สำคัญในโมเดล 3D หรือแผนที่
โดรนได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกู้ภัยอย่างมาก โดยสามารถช่วยในหลายด้านดังนี้:
การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย:
- การเข้าถึงพื้นที่อันตราย: โดรนสามารถบินเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ เช่น พื้นที่ที่มีสารเคมีรั่วไหล ไฟไหม้ หรืออาคารถล่ม เพื่อค้นหาและประเมินสถานการณ์ของผู้ประสบภัย
- การตรวจจับด้วยความร้อน: โดรนที่ติดตั้งกล้องตรวจจับความร้อนสามารถค้นหาผู้ประสบภัยได้แม้ในเวลากลางคืน หรือในสภาพแวดล้อมที่มีหมอกควันหนา ทำให้เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต
- การส่งสิ่งของจำเป็น: โดรนขนาดใหญ่สามารถขนส่งสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำ อาหาร ยา หรืออุปกรณ์สื่อสาร ไปยังผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือไม่สามารถเข้าถึงได้
การประเมินสถานการณ์และวางแผน:
- การถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศ: โดรนสามารถถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศแบบเรียลไทม์ ทำให้ทีมกู้ภัยสามารถเห็นภาพรวมของสถานการณ์ภัยพิบัติ ประเมินความเสียหาย และวางแผนการช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การสร้างแผนที่ 3 มิติ: โดรนที่ติดตั้งเทคโนโลยี LiDAR สามารถสร้างแผนที่ 3 มิติของพื้นที่ประสบภัยได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ทีมกู้ภัยเข้าใจสภาพภูมิประเทศและวางแผนเส้นทางการเข้าถึงได้ดีขึ้น
- การเฝ้าระวังและติดตาม: โดรนสามารถบินเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง ให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันแก่ทีมกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และสุดท้ายในบทความนี้ ต้องขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวของในการเข้าช่วยเหลือในเหตุการณ์ครั้งนี้ เช่น หน่วยแอนตี้โดรน, สมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ ประเทศไทย, ตำรวจนครบาล, ผู้ว่า กทม., กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (USAR),ทีมกู้ภัยต่างชาติ (อิสราเอล) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง