บทความทั่วไป

โดรน มีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

โดรน มีกี่ประเภท

ปัจจุบันโดรนกลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายอุตสาหกรรม องค์กรจำนวนมากเริ่มนำโดรนมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดเวลาในการปฏิบัติงาน และช่วยเข้าถึงพื้นที่ที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก โดรนจึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์บินได้เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กรผ่านข้อมูลจากมุมมองทางอากาศ

 

บทความนี้ DJI 13 Store Enterprise จะพาลูกค้าไปทำความเข้าใจว่าโดรนมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานแบบใด เพื่อช่วยให้ลูกค้าเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Key Takeaway

 

  • โดรนสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ โดรนที่แบ่งตามลักษณะการบินและแบ่งตามลักษณะการใช้งาน
  • ตัวอย่างโดรนที่แบ่งตามลักษณะการบิน ได้แก่ โดรนปีกหมุน, โดรนปีกตรึง และโดรนปีกผสม (Hybrid VTOL) ซึ่งมีจุดเด่นและระยะการบินต่างกัน
  • ตัวอย่างโดรนที่แบ่งตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่ โดรนถ่ายภาพ, โดรนเพื่อการเกษตร, โดรนสำรวจและทำแผนที่, โดรนกู้ภัย และโดรนขนส่ง
  • ก่อนเลือกใช้งานโดรน ลูกค้าควรพิจารณาวัตถุประสงค์ของงาน พื้นที่ปฏิบัติงาน เทคโนโลยีที่ต้องใช้ และข้อกำหนดด้านการบิน

สารบัญบทความ 

 


โดรน (Drones) คืออะไร?

โดรน (Drones) คือ อากาศยานไร้คนขับที่สามารถควบคุมการบินได้จากระยะไกลผ่านรีโมตคอนโทรล หรือทำงานอัตโนมัติตามเส้นทางการบินที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า หลายคนมักจะเรียกกันว่าโดรนบังคับ โดยโดรนมักจะติดตั้งกล้อง เซนเซอร์ หรืออุปกรณ์เฉพาะทางเพื่อใช้เก็บข้อมูลจากมุมมองทางอากาศ

 

ปัจจุบันโดรนถูกนำมาใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น งานสำรวจพื้นที่ งานตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน งานด้านความปลอดภัย และการจัดการข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ โดรนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่เข้าถึงยากได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของลูกค้า


โดรน มีกี่ประเภท แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร?

drones

โดรนในปัจจุบันถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งใช้เป็นโดรนในภาคธุรกิจ โดรนอุตสาหกรรม และโดรนสำหรับงานเฉพาะทาง ทำให้มีการแบ่งประเภทของโดรนออกเป็นหลายรูปแบบตามลักษณะของโครงสร้างและวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังต่อไปนี้

 

แบ่งตามลักษณะการบิน

โดรนสามารถแบ่งตามโครงสร้างและรูปแบบการบินได้ ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาบิน ความคล่องตัว และลักษณะงานที่เหมาะสม ได้แก่

 

  • โดรนปีกหมุน (Multi-Rotor Drone): เป็นโดรนที่มีใบพัดหลายตัว เช่น 4 ใบพัด (Quadcopter) หรือมากกว่า จุดเด่นคือสามารถขึ้นลงในแนวดิ่งและลอยตัวอยู่กับที่ได้ ทำให้ควบคุมทิศทางได้ง่ายและเหมาะกับการปฏิบัติงานในพื้นที่จำกัด มักถูกนำมาใช้ในงานตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน งานตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้าง งานถ่ายภาพทางอากาศ รวมถึงงานสำรวจที่ต้องการความแม่นยำในการเก็บข้อมูล
  • โดรนปีกตรึง (Fixed-Wing Drone): โดรนประเภทนี้มีลักษณะคล้ายเครื่องบิน โดยใช้ปีกในการสร้างแรงยก ทำให้สามารถบินได้ระยะไกลและครอบคลุมพื้นที่กว้างในหนึ่งเที่ยวบิน จุดเด่นคือมีระยะเวลาบินที่ยาวกว่าโดรนปีกหมุน เหมาะสำหรับงานสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่ การทำแผนที่ หรือการเก็บข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ในระดับพื้นที่กว้าง
  • โดรนปีกผสม (Hybrid VTOL Drone): เป็นโดรนที่ผสมผสานความสามารถของโดรนปีกหมุนและโดรนปีกตรึงเข้าด้วยกัน สามารถขึ้นลงในแนวดิ่งแบบโดรนปีกหมุนและเปลี่ยนรูปแบบการบินเป็นปีกตรึงเมื่ออยู่ในอากาศได้ จุดเด่นคือสามารถบินได้ไกลและใช้พื้นที่ขึ้นลงน้อย จึงเหมาะกับภารกิจที่ต้องการครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่แต่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ปฏิบัติงาน

ทำไมหลายองค์กรทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมจึงเลือกใช้โดรนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน? หาคำตอบได้ที่นี่: 10 ประโยชน์ของโดรน เทคโนโลยีที่เป็นมากกว่าการถ่ายภาพ

 

แบ่งตามลักษณะการใช้งาน

อีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้ในการจำแนกโดรนคือการแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ซึ่งปัจจุบันโดรนถูกนำไปใช้ในหลายภาคส่วนมากขึ้น ดังนี้

 

  • โดรนถ่ายภาพ (Camera Drone): เป็นโดรนที่ติดตั้งกล้องคุณภาพสูงเพื่อใช้บันทึกภาพนิ่งและวิดีโอจากมุมมองทางอากาศ จุดเด่นคือสามารถถ่ายภาพได้ในมุมที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก จึงถูกใช้ในงานโปรดักชันวิดีโอ งานประชาสัมพันธ์องค์กร งานสำรวจสถานที่ หรือการเก็บภาพข้อมูลพื้นที่ในมุมสูง
  • โดรนเพื่อการเกษตร (Agricultural Drone): เป็นโดรนที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนงานด้านการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก เช่น โดรนพ่นยา โดรนสำหรับตรวจสอบสภาพพืชหรือเก็บข้อมูลด้านการเพาะปลูก เพื่อช่วยให้การจัดการพื้นที่ทำได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • โดรนสำรวจและทำแผนที่ (Surveying Drone): โดรนประเภทนี้มักติดตั้งกล้องความละเอียดสูงหรือเซนเซอร์เฉพาะทาง เช่น LiDAR หรือ RTK เพื่อใช้เก็บข้อมูลภูมิประเทศอย่างแม่นยำ เหมาะกับงานสำรวจพื้นที่ งานทำแผนที่ งานวิเคราะห์ภูมิประเทศ รวมถึงงานด้านวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน
  • โดรนเพื่อความบันเทิงหรือแข่งขัน (Racing Drone): เป็นโดรนที่ออกแบบให้มีความเร็วสูงและมีน้ำหนักเบา เพื่อใช้ในการแข่งขันหรือกิจกรรมด้านความบันเทิง จุดเด่นคือมีการตอบสนองที่รวดเร็วและสามารถบินในเส้นทางที่ซับซ้อนได้
  • โดรนกู้ภัย (Rescue Drone): โดรนประเภทนี้ถูกใช้ในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือ โดยมักจะติดตั้งกล้องความร้อน ไฟส่องสว่าง หรือระบบสื่อสาร เพื่อช่วยค้นหาผู้ประสบภัยในพื้นที่เข้าถึงยาก เช่น พื้นที่ภูเขา ป่า หรือพื้นที่ภัยพิบัติ
  • โดรนส่งของ (Delivery Drone): โดรนส่งของเป็นโดรนที่ถูกออกแบบมาเพื่อขนส่งสิ่งของหรือพัสดุไปยังจุดหมายปลายทางโดยอัตโนมัติ จุดเด่นคือช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งและสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่การเดินทางแบบปกติทำได้ยาก จึงเริ่มถูกนำมาทดลองใช้ในงานโลจิสติกส์และการจัดส่งสินค้าในหลายประเทศ

หากลูกค้ากำลังมองหาตัวช่วยขนส่งสิ่งของหรือพัสดุสมรรถนะสูง สามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นและมีระบบเสริมความปลอดภัย ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่: DJI FlyCart 100


โดรนแต่ละประเภทเหมาะกับใครบ้าง?

ได้รู้กันไปแล้วว่าโดรน มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ภารกิจที่แตกต่างกัน มาดูกันว่าโดรนประเภทไหนเหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกโซลูชันโดรนที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังต่อไปนี้

 

  • โดรนถ่ายภาพ (Camera Drone): เหมาะสำหรับองค์กรด้านสื่อและการผลิตคอนเทนต์ บริษัทโปรดักชันวิดีโอ หน่วยงานประชาสัมพันธ์ รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการนำเสนอภาพมุมสูงของโครงการหรือสถานที่ต่าง ๆ เพื่อช่วยสร้างมุมมองที่น่าสนใจและเพิ่มคุณภาพของสื่อประชาสัมพันธ์
  • โดรนเพื่อการเกษตร (Agricultural Drone): เหมาะสำหรับผู้ประกอบการด้านการจัดการพื้นที่เพาะปลูก ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีการเกษตร หรือองค์กรที่ดูแลพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ โดยสามารถนำไปใช้เพื่อช่วยตรวจสอบสภาพพื้นที่และสนับสนุนการบริหารจัดการแปลงเพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ
  • โดรนสำรวจและทำแผนที่ (Surveying Drone): เหมาะสำหรับบริษัทสำรวจ วิศวกรรม และก่อสร้าง รวมถึงองค์กรที่ต้องการเก็บข้อมูลภูมิประเทศหรือข้อมูลพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น โครงการโครงสร้างพื้นฐาน เหมืองแร่ หรือการวางผังพื้นที่ เนื่องจากโดรนประเภทนี้จะช่วยเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
  • โดรนเพื่อความบันเทิงหรือแข่งขัน (Racing Drone): เหมาะกับผู้ที่สนใจกิจกรรมการแข่งขันโดรน สโมสรหรือชมรมด้านเทคโนโลยี รวมถึงผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการควบคุมการบินที่ต้องการทดสอบความเร็วและความคล่องตัวของระบบโดรน
  • โดรนกู้ภัย (Rescue Drone): เหมาะสำหรับหน่วยงานด้านความปลอดภัย หน่วยกู้ภัย หรือองค์กรที่ทำงานด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยโดรนกู้ภัยสามารถช่วยค้นหาผู้ประสบเหตุ ตรวจสอบสถานการณ์จากมุมสูง และสนับสนุนการวางแผนปฏิบัติการในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก
  • โดรนส่งของ (Delivery Drone): เหมาะกับธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า รวมถึงองค์กรที่ต้องการพัฒนาระบบขนส่งแบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการจัดส่งและลดข้อจำกัดด้านการเดินทางในบางพื้นที่

ลูกค้าท่านไหนกำลังมองหาโดรนถ่ายภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย และเหมาะสำหรับมือใหม่ แต่ไม่รู้จะเลือกโดรน dji รุ่นไหนดี ขอแนะนำ 10 โดรนถ่ายภาพ รุ่นไหนดีที่เหมาะกับนักบินโดรนมือใหม่จาก DJI 13 Store Enterprise


สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มบินโดรน

ประเภทของโดรน

ก่อนเริ่มบินโดรนลูกค้าควรทำความเข้าใจข้อควรปฏิบัติและเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ก่อนเริ่มใช้งาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ดังนี้

 

  • ศึกษากฎหมายและข้อกำหนดการบิน: ลูกค้าควรตรวจสอบข้อกำหนดด้านการใช้งานอากาศยานไร้คนขับในพื้นที่ปฏิบัติงาน เช่น การขออนุญาตบิน พื้นที่ห้ามบิน หรือข้อจำกัดด้านความสูง เพื่อให้การใช้งานเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบพื้นที่และสภาพแวดล้อมก่อนบิน: ควรสำรวจพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อประเมินสิ่งกีดขวาง เช่น อาคารสูง สายไฟ หรือสัญญาณรบกวน รวมถึงพิจารณาสภาพอากาศ เช่น ลมแรงหรือฝน ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการบิน
  • วางแผนภารกิจการบินให้ชัดเจน: ก่อนเริ่มปฏิบัติงานควรกำหนดเส้นทางการบิน จุดขึ้นลง และเป้าหมายของการเก็บข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้การบินมีประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดระหว่างปฏิบัติงาน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์และระบบของโดรน: ลูกค้าควรตรวจสอบสภาพของแบตเตอรี่ ใบพัด เซนเซอร์ และระบบควบคุมก่อนทุกครั้งที่ทำการบิน เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
  • เตรียมทีมงานหรือผู้ควบคุมที่มีความรู้: การมีผู้ควบคุมที่มีความเข้าใจด้านการใช้งานโดรนและขั้นตอนการปฏิบัติงานจะช่วยให้การบินเป็นไปอย่างปลอดภัย รวมถึงสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างภารกิจได้อย่างเหมาะสม

โดรน มีกี่ประเภท เลือกโดรนแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน?

สรุปแล้ว โดรนสามารถแบ่งได้ตามลักษณะการบินและลักษณะการใช้งาน ซึ่งแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภารกิจที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายภาพ งานสำรวจพื้นที่ งานกู้ภัย หรือการพัฒนาโซลูชันด้านโลจิสติกส์ ดังนั้นการเลือกโดรนที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของงาน พื้นที่ปฏิบัติงาน และเทคโนโลยีที่ต้องใช้ในการเก็บข้อมูล

 

สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาโดรนประเภทต่าง ๆ ไว้ใช้งาน DJI 13 Store Enterprise พร้อมให้คำปรึกษาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดรนให้กับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งบุคคล บริษัท และองค์กรภาครัฐหรือเอกชนทั่วประเทศ โดยมีทั้งโซลูชันโดรนที่ออกแบบเพื่อการใช้งานทั่วไปที่ควบคุมง่าย ระบบถ่ายภาพและวิดีโอคุณภาพสูง รวมถึง DJI Enterprise ที่พัฒนามาเพื่องานระดับมืออาชีพ รองรับภารกิจสำรวจ งานกู้ภัย และงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง

 

สามารถติดต่อหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่:

 


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโดรน มีกี่ประเภท

โดรนแบบไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด?

สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานโดรน ควรเลือกโดรนที่มีระบบช่วยควบคุมการบินและระบบรักษาเสถียรภาพที่ดี เพื่อให้สามารถควบคุมการบินได้ง่ายและลดความเสี่ยงระหว่างการใช้งาน

 

โดรนราคาถูกกับโดรนราคาแพงต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างของโดรนราคาถูกและแพงมักอยู่ที่คุณภาพของกล้อง ความแม่นยำของเซนเซอร์ ระยะเวลาการบิน รวมถึงฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและการประมวลผลข้อมูล โดรนราคาสูงมักถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในระดับองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้ในภารกิจที่ต้องการความแม่นยำและประสิทธิภาพสูงได้มากกว่า